วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การเดินทาง ของทองคำ

          นับตั้งแต่สิ้นปี2015 ยันต้นปี 2016 ที่ผ่านมา ราคาทองคำถูกเทขายออกมาอย่างหนักหน่วง จากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ(FED) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้ราคาทองคำไหลร่วงรูดลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1050$  ทันใดนั้นเอง ราคาทองคำ ก็เริ่มเห็นการฟื้นตัว ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากความวิตกกังวลต่อตลาดหุ้นจีน ที่เข้าสู่สภาวะฟองสบู่ และแตกในที่สุด เมื่อมกรา 2016  ทองคำก็ได้ทำรูปแบบกลับตัว "Rounding Bottom" พุ่งทะยานขึ้นไปยืนเหนือระดับ1200$ ได้อีกครั้ง  จากนั้นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำเป็นรูปแบบ "Sideway up" ค่อยๆขึ้นไปทดสอบ 1300$ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะยืนเหนือได้เพราะมีกระแสข่าวเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED กลับมากดดันราคาทองคำ จนทำให้ราคาทองคำดิ่งลงมาพักตัวที่บริเวณ 1200$ จากนั้นราคาทองคำก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นไป และทำรูปแบบกลับตัว "Inverse Head & Shoulder"   พุ่งขึ้นไปถึงระดับ  1375$ ภายหลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จากนั้นราคาทองคำ ก็ค่อยๆทำจุดสูงสุดต่ำลงไปเรื่อยๆ กลายเป็นรูปแบบกลับตัว "Three Falling Peaks" ราคาทองคำก็ดิ่งร่วงรูดลงมาพักตัวที่ 1250$ สักระยะหนึ่งก็เริ่มเห็นการฟื้นตัว โดยทำ Adam & Adam Double Bottom กลับไปเทส 1300$  แต่ยืนอยู่       ได้ไม่นานอีก ก็เจอแรงเทขายออกมา จากความกังวลการเลือกตั้งประธนาธิบดีสหรัฐ จนถึงวันเลือกตั้ง Trump ได้รับเลือก ราคาทองคำเกิด Panic อย่างบ้าคลั่ง โดยเหวี่ยงขึ้นไปทดสอบ 1350$ จากนั้นก็ร่วงลงมาอย่างนัก และมาพักตัวที่ระดับ 1125$ และได้เห็นการฟื้นตัวอีกครั้ง โดยการทำ "Adam &Eve Double Bottom" กลับไปยืนเหนือ 1200$ ได้อีกครั้ง แต่เนื่องด้วยไม่สามารถทำ High ใหม่ได้เลยกลายเป็น Double Top ย่อตัวลงมาเล็กน้อย และหลังจากปิดแท่ง "Morning Star" ราคาทองคำ ก็วิ่งขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ถึงระดับ 1275$ ก็ถูกเผชิญกับแรงเทขายออกมาอีกครั้ง ภายหลังจากความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาทองคำมาวนเวียนย่ำฐานที่ 1200$ อยู่สักพัก แต่ภายหลังจากคืนวันที่ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาทองคำก็ได้พุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรุนแรง เป็นการยืนยันรูปแบบกลับตัว "Tower Bottom"  พุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันราคาทองคำก็ได้ทำรูปแบบกลับตัว "Cup with Handle Bottom" พร้อมจะพุ่งทะยานขึ้นไปต่อ




จิตวิทยาของ ราคาทองคำ
ราคาทองคำค่อนข้างจะ Sensitive กับข่าวร้าย และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ค่อนข้างมาก  โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2016 ที่ราคาทองคำขึ้นมาก็เพราะข่าวร้าย จากตลาดหุ้นจีนที่เกิดภาวะฟองสบู่แตก ทำให้ นลท นำเงินเข้าสู่ Safe heven  และ ข่าวการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED โดยตลอดทั้งปีใช้กดดัน ราคาทองทำได้เป็นอย่างดี  และล่าสุด เกิดความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และ สงครามในซีเรีย เป็นปัจจัยทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างต่อเนื่องแต่ถ้าเป็นข่าวดีๆ เช่น คลายความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ราคาทองคำก็จะร่วงไหลลงมา

ทำไมต้องอธิบาย Pattern
เพราะเป็น ศาสตร์พื้นฐาน ใช้ในการวิเคราะห์กราฟ นักลงทุนทุกๆท่านจะต้องมีความเข้าใจศาสตร์นี้  เนื่องจาก Price Pattern เป็นตัวบอกอารมณ์ของตลาดหรือ บอกอารมณ์หุ้น นั้นๆ ถ้านักลงทุนไม่เข้าใจศาสตร์นี้เท่าที่ควร เวลาเข้าหาจังหวะการลงทุนอาจจะผิดพลาดได้ และ สร้างความเสียหายต่อพอร์ตนักลงทุน

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น