วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การใช้เครื่องมือซ้ำซ้อน

 

                บางครั้งการใช้เครื่องมือเยอะเกินไปก็ใช่ว่าจะทำให้การเทรดดีขึ้น โดยหากใช้ Indicator เป็นจำนวนมาก จะทำให้เกิดความซับซ้อนเกิดขึ้นมา การวิเคราะห์อาจเกิดความสับสน จนบางครั้งสัญญาณ ซื้อ/ขาย มั่วกันไปหมด และเทรดเดอร์มือใหม่จำนวนมาก คิดว่ากราฟที่ดูซับซ้อนจะส่งผลเทรดได้ดี ซึ่งลองไปดูกราฟของเทรดเดอร์มีอาชีพนั้นจะเห็นว่าแทบจะไม่ได้ใช้ Indicator อะไรมากเลย มีเพียงไม่กี่ตัว อีกหนึ่งสิ่งเทรดเดอร์มือใหม่มักจะใช้ Indicator กันอย่างผิดๆ คือ การใช้ Indicator พวกเดียวกัน มายืนยันสัญญาณกันเอง เช่น ใช้ MACD กับ EMA มาช่วยกันเป็นการยืนยันการซื้อขาย ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูสูตรของ Indicator ของ 2 ตัวนี้ จะเห็นได้ว่า มาสิ่งสูตรเดียวกัน ซึ่งให้ผลลัพธ์คล้ายๆกัน เป็นต้น

                ในการเลือกหยิบจับ Indicator มาใช้นั้น เทรดเดอร์ต้องรู้ก่อนว่า Indicator ตัวที่นำมานั้นทำหน้านี่อะไร บ่งชี้ถึงสัญญาณอย่างไร เช่น บางตัวไว้วัดความเป็นแนวโน้ม (Trend) , บางตัวใช้วัดความผันผวน (Volatility) เป็นต้น แล้วจึงเลือกเครื่องมือที่ต่างประเภทกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเกิดขึ้น และทำให้การวิเคราะห์มีมิติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

                โดยหลักๆ Indicator สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ 1. Momentum 2. Trend 3. Volatility และ 4. Chart studies  เรามาดูกันว่า Indicator แต่ละตัวอยู่ในประเภทไหนกันบ้าง
MomentumTrendVolatilityChart studies
StochasticADXBollinger BandsHorizontal lines – range trading and breakouts
RSIMoving averagesStandard deviationFibonaccis – retracements and pullbacks
CCIATRFib extensions – trend following targets
Williams %MACDKeltner ChannelTrendlines – trend following and breakout
MACDParabolic SAREnvelopes
Bollinger Bands
Ichimoku Cloud

ทีมงาน : thaiforexbroker.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น